Posts Tagged ‘เครื่อง RF’

ขอคำปรึกษาการเสริมความงามด้วยเครื่อง RF โดย vayomedical.com

              เครื่อง RF Thermage เป็นเครื่องมือความสวยงามที่คิดค่ารักษาแพงที่สุดในปัจจุบัน ค่าทำเริ่มต้นที่ 25,000บาทสำหรับหัวกระชับรอบดวงตา 50,000-100,000 บาทสำหรับผิวหน้า 100,00-150,000 บาทสำหรับกระชับหน้าท้อง

        ผลปรากฎว่า ในแง่ความพอใจของคนไข้ มีเพียง 34% ที่รู้สึกถึงความคุ้มค่าเงินที่เสียไป ส่วนอีก 67% รู้สึกเสียดายเงิน*  เหตุใดเปอร์เซ็นต์ความไม่พอใจจึงสูงเช่นนี้  เพราะในแง่ของเทคโนโลยีเครื่องมือก็เป็นที่ยอมรับสากลว่า Thermage ช่วยในการยกกระชับผิวโดยการกระตุ้น Septum collagen ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ส่งพลังงานลงไปลึกที่สุดในปัจจุบัน ด้วยพลังงานจากคลื่นวิทยุ ( Radiofrequency ) ซึ่งมีความถี่สูงมาก    หมอขอแสดงความคิดเห็นดังนี้

1.    เทคนิคการทำ – การที่Thermage มีหัวTip ให้เลือกมากมายสามารถเลือกได้ทั้ง ปริมาณช็อตและคุณสมบัติ การที่จะทำ Thermage ให้ได้ผลดีนั้นแพทย์ต้องเลือกหัวtip ให้เหมาะกับการรักษานั้นๆราคาหัวtipแต่ละหัวก็ไม่เท่ากัน จำนวนช็อตมากยิ่งแพง หากจะทำให้ได้ผลดีต้องยิงจำนวนช็อตที่เพียงพอ แต่ในปัจจุบันมีการแข่งขันทางด้านธุรกิจกันมากทำให้การเลือกหัว tip ไม่เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา

2.    การให้คำปรึกษา – โดยส่วนใหญ่จะให้พนักงานหน้าร้านเชียร์ให้คนไข้ซื้อคอร์ส มีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เพื่อให้ได้มาเพื่อยอดการขาย สิ่งเหล่านี้ทำให้คนไข้วาดฝันถึงผลการรักษาที่เกินจริงและเมื่อผลการรักษา ไม่ได้ตรงกับความฝันก็ทำให้เกิดความไม่พอใจ

3.    การเลือกคนไข้ที่ไม่เหมาะสม – เช่น เลือกคนอายุมากเกินไปทำให้ผลการหดตัวของ septumทำได้ไม่ดีพอ ผลการรักษาจึงไม่ประทับใจ

ดังนั้นหนทางในการแก้ไขปัญหานี้คือ
1.    ปรึกษาแพทย์ที่ท่านไว้วางใจ เป็นอันดับแรก
2.    คำนึงถึงเรื่องราคา การโฆษณาเป็นอันดับรอง
3.    จำนวนcases ที่ทำมากๆเช่นข้ออ้างสถิติจำนวนที่ได้ทำการรักษาว่ามากที่สุด ไม่ใช่สาระสำคัญแต่ percents ความพึงพอใจที่สูงสุดเป็นสาระที่สำคัญ เพราะการทำมากสุดโดยไม่คำนึงถึงผลที่ได้รับอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ความพึง พอใจโดยรวมลดลงต่ำกว่า 40% ก็เป็นได้

        ดังนั้น แม้เครื่องมือ Thermage เป็นเครื่องมือที่ดีมาก แต่ในปัจจุบันผลการรักษา Thermage ไม่ได้สะท้อนถึงความคาดหวังที่คนไข้ได้รับ( ไม่ถึง 40% ของความพึงพอใจ )

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.vayomedical.com/rent/

Tags : , ,

ขั้นตอนการทำงานของเครื่อง RF โดย vayomedical.com

            ความรู้ทางการ แพทย์ สมัยใหม่ได้นำเครื่อง RF มาใช้ในการรักษา ด้านผิวหนัง หลายอย่างเช่น การกำจัด ไฝ ขี้แมลงวัน หูดติ่งเนื้อ กระเนื้อ เนื้องอก ผิวหนัง การผ่าตัด ผิวหนัง และการ จี้ หลอดเลือด แต่ที่สำคัญและเพิ่งค้นพบไม่นานมานี้ คือ การนำ RF มาใช้ใน การลบ ริ้วรอย ต่าง ๆ โดยเฉพาะ รอยตีนกา ชนิดลึก ซึ่งยากต่อการแก้ไข

            RF ช่วยแก้ปัญหา รอยย่น และ รอยตีนกา ทั้งชนิดลึกและตื้น อย่างได้ผลดีมาก การผ่าตัดดึงหน้าดังเช่นในอดีตจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป ทั้งนี้โดย กระแสไฟ คลื่นความถี่วิทยุ จะ กระตุ้นการสร้างและการเรียงตัวใหม่ของ คอลลาเจน ใต้ผิว

การแก้ ริ้วรอย รอยย่น รอยตีนกา ด้วย RF

       ริ้วรอย ต่าง ๆ สามารถลบเลือนออกไปได้ ด้วยการรักษาเพียงครั้งแรก ท่านสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อาทิเช่น ใบหน้าที่เต่งตึงขึ้น รูขุมขน เล็กลง รอยย่น ต่าง ๆ ลดลงอย่างชัดเจนในทันทีหลังการรักษาเสร็จเพียงครั้งเดียว การรักษาซ้ำด้วย RF ทุก 2 สัปดาห์ติดต่อกัน 6 ครั้งและ การรักษาซ้ำอีกเดือนละครั้ง อีกเพียง 3 ครั้ง ก็จะทำให้ใบหน้าเต่งตึงสดใสไปอีกนาน

        นอกจากนี้การใช้ RF ร่วมกับการทำ Photorejuvenation ด้วย เลเซอร์ หรือ Plasmalite ยิ่งทำให้ผลการรักษาได้ผลรวดเร็วชัดเจน และได้ผลที่ถาวรขึ้น

ข้อดีของ RF ในการแก้ริ้วรอยต่าง ๆ

         1.   เห็นผลทันทีและชัดเจนแม้ในครั้งแรกของการรักษา
         2. ผลข้างเคียงน้อยมากเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยการ ผ่าตัด ดึงหน้า
         3. ผลการรักษาอยู่ได้นานและสามารถทำการรักษาซ้ำได้ไม่จำกัด

 ข้อเสียของการรักษาด้วย RF

1. ผลการรักษาขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ โดยปกติแพทย์ที่สามารถให้การรักษาด้วย RF ได้ต้องผ่านการฝึกอบรมพิเศษมาก่อน

2. การตอบสนองต่อการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล บางรายอาจต้องใช้การรักษาด้วยเทคนิคอื่นร่วมด้วยเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ชัดเจน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.vayomedical.com/

Tags : , ,

เทคนิคการดูแลสุขภาพ โดย vayomedical.com

เช่าเครื่องมือแพทย์ : เมื่อกล่าวถึงเรื่องของการทำกายภาพบำบัดกับอาการปวดศีรษะ หลายท่านอาจจะมองว่าไม่น่าจะไปในทิศทางเดียวกัน เพราะภาพที่บุคคลภายนอกคิดคือการปวดศีรษะน่าจะรักษาด้วยยา หรือการผ่าตัดด้วยวิธีต่างๆ ส่วนกายภาพบำบัดน่าจะเป็นเรื่องของการฟื้นฟู ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาการปวดศีรษะเกิดได้จากหลายสาเหตุ และมีรายละเอียดแตกต่างกันไป การทำกายภาพบำบัดกับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะก็เช่นเดียวกันจะทำได้ในกรณีผู้ ที่มีอาการปวดคอร่วมกับอาการปวดศีรษะเท่านั้น

หลักการทำกายภาพบำบัดกับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะ
         สำหรับหลักการใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดกับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะร่วมกับอาการปวดคอ จะเป็นไป เพื่อช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อต้นคอ เพราะโดยปกติผู้ที่ปวดศีรษะบ่อยๆ จะมีอาการปวดต้นคอทั้ง 2 ข้างร่วมด้วย โดย เครื่องมือทางกายภาพบำบัดส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องที่ให้ความร้อน เช่น การประคบแผ่นร้อน การนวดด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ และการนวดด้วยมือตามตำแหน่งที่มีการเกร็งของกล้ามเนื้อ และเมื่อกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอมีการคลายตัวจะส่งผลให้เลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ไหลเวียนได้ดีขึ้น จึงเป็นการช่วยบรรเทาอาการปวดคอและผลพลอยได้ที่จะตามมาคืออาจทำให้อาการปวด ศีรษะอาจบรรเทาลง แต่ทั้งนี้ผลที่ได้จะขึ้นกับโรคของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
        สำหรับผู้ป่วยปวดศีรษะที่ไม่สามารถทำกายภาพบำบัดได้ คือ ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบสมอง และประสาท เช่น โรคเนื้องอกในสมอง การติดเชื้อของน้ำไขสันหลัง เป็นต้น ดังนั้นกลุ่มผู้ป่วยที่แพทย์จะส่งต่อให้รักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดส่วนมากจะ เป็นกลุ่มที่มีอาการปวดศีรษะร่วมกับอาการปวดคอ

การประเมินอาการเพื่อการรักษาที่ตรงจุด
         เพื่อให้การทำกายภาพบำบัดเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วยในแต่ละราย ขั้นตอนแรกในการรักษานักกายภาพบำบัดจะซักประวัติ ตรวจร่างกาย ประเมินอาการจากตำแหน่งของการปวด ลักษณะการเคลื่อนไหว อิริยาบถที่ทำให้เกิดอาการ และให้ทราบว่าอาการปวดคอมีความสัมพันธ์กับอาการปวดศีรษะอย่างไร เช่น มีอาการปวดศีรษะก่อนและจึงเกิดอาการปวดคอตามมาหรือมีอาการปวดคอขึ้นก่อนจึง ค่อยมีการปวดศีรษะตามมา เป็นต้น เพื่อพิจารณาระยะของโรค ความรุนแรงและตำแหน่งของโรค ก่อนเลือกวิธีในการทำกายภาพบำบัดให้กับผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ 
    - แผ่นประคบร้อน (Hot Pack)  เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
    - การรักษานวดด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound therapy) เป็นเครื่องรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ใช้ลดอาการปวด ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อในชั้นลึก ลดอาการบวม และช่วยเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมทั้งคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
    - การนวด (Massage) เป็นกระบวนการดูแลสุขภาพและรักษาโรค โดยอาศัยการสัมผัสอย่างมีหลักการระหว่างผู้ให้การรักษาและผู้รับการรักษา การนวดจะส่งผลโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ โดยทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
    - แพทย์ทางเลือก การนวดตามหลักทฤษฎีทางกายภาพบำบัดและผสมผสานหลักการนวดกดจุดแบบแพทย์แผนไทย เนื่องจากนักกายภาพบำบัดของรพ.มีความชำนาญในการนวดตามหลักวิชาการเป็นอย่าง ดีแล้วนั้น ทางรพ.ยังได้ให้นักกายภาพบำบัดอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีกดจุดบำบัดแบบ แพทย์ไทยอีกด้วย เพื่อให้นักกายภาพบำบัดใช้ผสมผสานแนวทางการนวดตามหลักทฤษฏีทางกายภาพ และยังสามารถอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงเหตุผลการนวดและกดในจุดต่างๆ ได้ทั้งตามหลักทางกายภาพและสามารถเสริมความเข้าใจกับผู้ป่วยด้วยภาษาของ แพทย์แผนไทยที่เน้นเรื่องลมปราณ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจได้ดีขึ้น เรียกได้ว่า เป็นการ "เพิ่มช่องทางการรักษาผสมผสานเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสิ่งที่ดีที่สุด" 
      
        อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความใส่ใจที่จะบำบัดดูแลผู้ที่มีอาการปวดศีรษะร่วมกับอาการปวดคอ ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมแล้ว ยังสอดแทรกวิธีปฏิบัติตัวเพื่อผ่อนคลายจากอิริยาบถที่ทำให้เกิดการปวดศีรษะ การออกกำลังกายที่เหมาะสม และวิธีหายใจที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ป่วยนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.vayomedical.com/rent/ 

Tags : , ,

ทำความรู้จักกับ วิธีการรักษาด้วยเครื่อง IPL โดย vayomedical.com

Q :   IPL ที่เรียกกันว่าเป็นเลเซอร์หน้าใสคืออะไร  ทำแล้วหน้าจะบางหรือเปล่าค่ะ ?

A :   เครื่อง IPL หรือ Intensed Pulse Light  เป็นการรักษาด้วยแสงความเข้มสูง  ซึ่งไม่ใช่เลเซอร์  แสงดังกล่าวจะถูกกรองช่วงคลื่นแสงที่ไม่ต้องการออก  เหลือแต่แสงช่วงสั้นๆที่มีผลดีกับการรักษาโรคหรือภาวะทางผิวหนังต่างๆ  โดยแพทย์จะเลือกช่วงคลื่นที่นำมาใช้ให้เหมาะสมกับภาวะที่ต้องการรักษา  และตั้งพลังงานแสงและช่วงเวลาที่ปล่อยแสงให้พอเหมาะ  แสงจะถูกปล่อยออกมาเหมือนไฟแฟลชเป็นเวลา เศษส่วนพันวินาทีในแต่ละบริเวณที่ทำการรักษา

IPL ผลิตจากต่างประเทศจะมีชื่อเรียกที่ต่างกันหลายชื่อ  อาจใช้ชื่อที่มาจากความแตกต่างในทางเทคนิคของเครื่องมือนั้นๆเช่น FPL, VPL, UPL, I2PL, Advance IPL…  หรือใช้ชื่อยี่ห้อเครื่องซึ่งมีมากมายเกินสิบชื่อ  สิ่งสำคัญคือความมาตรฐานของผู้ผลิตเครื่องมือนั้นๆว่าผ่านการรับรองจาก องค์การอาหารและยาของประทศผู้ผลิตหรือไม่  และความชำนาญของผู้ทำ IPL ที่จะใช้พลังงานและตั้งค่าต่างๆให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการ รักษาได้หรือไม่

IPL มีหลายชนิด หลายคุณภาพตามแต่ผู้ผลิต โดยเครื่อง IPL ที่ใช้เฉพาะในทางการแพทย์จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าและราคาสูงกว่าเครื่อง IPL ที่ใช้ในร้านเสริมสวย (ในต่างประเทศ) ซึ่งประสิทธิภาพและราคาต่ำกว่าหลายสิบเท่าตัว โดยเครื่องมือที่ประสิทธิภาพ ต่ำจะมีการกระจายพลังงานแสงได้ไม่ดีพอ นอกจากอาจไม่เห็นผลการรักษาแล้วยังอาจเป็นอันตรายต่อผิวเช่น ผิวไหม้ดำจากพลังงานแสงมากเกินไป หรือผิวได้รับช่วงคลื่นแสงที่เป็นอันตราย เป็นต้น

ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยมีเครื่อง IPL คุณภาพต่ำ  ที่นำเข้ามาอย่างผิดกฎหมายและอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค นำมาแอบอ้างสรรพคุณผ่านสื่อ โดยยังไม่มีหน่วยงานใดควบคุม ดังนั้นก่อนรับการรักษาด้วย IPL ควรสอบถามถึงความมาตรฐานของผู้ผลิต และแหล่งที่มาของเครื่องมือนั้นๆให้ชัดเจนก่อนเสมอ  บางครั้งอาจมีการตั้งชื่อเองเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นของใหม่  ซึ่งในยุคอินเตอร์เนต สามารถ search หาได้ทันทีว่าเครื่องมือนั้นๆมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่

IPL  ไม่ทำให้ผิวหน้าบางหรือแพ้ง่าย  แต่กลับกันคือทำให้ผิวหนังแข็งแรงขึ้นจากการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ใช้รักษาอาการผิวบางที่เกิดจากการทายาสเตียรอยด์ได้ สามารถช่วยรักษาอาการผิวแพ้ง่ายบางชนิดได้อีกด้วย 

ภาวะที่รักษาได้ด้วย IPL มีมากมาย  เช่น  
      -   รอยแผลเป็นสิวโดยเฉพาะรอยแดงและรอยด่างดำต่างๆ  
      -   ริ้วรอยขนาดเล็กๆ  
      -   กระชับรูขุมขน  
      -   กระตื้น  , ฝ้า 
      -   ใต้ตาคล้ำ 
      -   ผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด
      -   กระตุ้นคอลลาเจน  เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นผิว  ช่วยให้ผิวดูอ่อนวัยขึ้น  
      -   กำจัดขนถาวรในคนที่ผิวไม่คล้ำมาก

หากรวมๆความสามารถของ IPL แล้ว  จะเห็นได้ว่าเป็นอีกทางเลือกในการทำให้ผิวพรรณดูใส หรือที่นิยมเรียกกันว่า  Skin Rejuvenation  แม้จะทำอะไรได้หลายอย่างแต่ IPL ก็ไม่ใช่การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับหลายๆอย่าง  เช่น  กำจัดขนถาวรในคนผิวคล้ำหรือ ในคนที่มีเส้นขนสีอ่อนขนาดเล็กๆอาจได้ผลน้อยมากหรือไม่ได้ผลเลย,  รอยแผลเป็นหลุมที่เป็นมานานแล้ว หรือริ้วรอยที่เป็นมากก็ไม่สามารถรักษาได้ด้วย IPL , หากมีปัญหาผิวมีปัญหามาก IPL ก็ช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ผู้ที่ทำ IPL แล้วควรดูแลผิวด้วยวิธีพื้นฐานร่วมด้วย  เช่น  การใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอ  หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว  เพื่อให้ผลการรักษาที่ได้อยู่กับเรานานที่สุด

เห็นแล้วว่า IPL มีประโยชน์หลายอย่างแต่ไม่ได้ดีไปเสียทุกอย่าง  เพราะฉะนั้นก่อนทำควรปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้เครื่องมือที่ได้ มาตรฐานในทางการแพทย์  เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีและคุ้มค่าที่สุดครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.vayomedical.com/rent/medical/Laser-R

Tags : , ,

ประโยชน์ของการรักษาด้วยเครื่อง IPL โดย vayomedical.com

เรื่องน่ารู้ IPL คืออะไร

ณ เวลานี้หลายๆ คนให้ความสนใจเรื่อง เครื่อง IPL เป็นอย่างมากและอยากรู้ว่า IPL คืออะไร มีประสิทธิภาพอย่างไร แล้วเกี่ยวข้องอย่างไรกับการศัลยกรรม ใครอยากรู้เรื่อง IPL คืออะไร มาหาคำตอบกันได้ที่นี่เลยจ้า แล้วคำถามเรื่อง IPL คืออะไร คงไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะยังคงมีคนสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพ การทำงาน และ IPL สามารถใช้ประโยชน์อย่างไรกับตัวของเราและจะได้ผลมากน้อยเพียงใด มีผลค้างเคียงหรือไม่หากว่ามีการใช้เจ้า IPL ตัวนี้ วันนี้ใครอยากรู้คำตอบของเจ้า IPL คืออะไร วันนี้หาคำตอบได้ที่นี่กันแล้วค่ะ นั้นเราอย่ารอช้ามาดูคำตอบกันเลยดีกว่าเนอะ

IPL คืออะไร ?

โดย อ.นพ.สิทธิโชค ทวีประดิษฐ์ผล
สาขาวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่ง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

IPL (ย่อมาจาก Intense Pulsed Light) เป็นเครื่องมือที่ให้ลำแสงที่มีความเข้มข้นสูงมีความยาวของคลื่นแสงตั้งแต่ 515 ถึง 1,200 นาโนเมตร และสามารถปรับความยาวของคลื่น และระยะเวลาการปล่อยลำแสงที่พอเหมาะในการใช้งานโดยการใช้ฟิลเตอร์

หลักการทำงานของ IPL แตกต่างจาก Laser ตรงที่คลื่นแสงที่ถูกปล่อยออกมาจะมีช่วงความยาวของคลื่นแสงที่กว้างกว่า

IPL ถูกนำมาใช้งานในการรักษารอยโรคบางชนิดบนผิวหนังและใช้ในการปรับสภาพผิวหน้าในผู้ป่วย ปัจจุบันมีเครื่อง IPL หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป

- รอยโรคทางผิวหนังที่สามารถรักษาได้โดย IPL ได้แก่

1. รอยโรคของเส้นเลือด เช่น ปานแดงตั้งแต่กำเนิด, จุดเส้นเลือดขอด

2. รอยโรคที่เกิดจากเม็ดสีของผิวหนัง เช่น ปานดำตั้งแต่กำเนิด, กระ, ฝ้า เป็นต้น

3. การถอนขน

4. การปรับสภาพผิวหน้าให้กระชับ

5. การรักษาสิวโดยใช้ร่วมกับสารเคมีบางชนิด เช่น 5-ALA

6. การรักษาแผลเป็นนูน

การรักษาโดย IPL สามารถทำในลักษณะผู้ป่วยนอกได้เหมือนการทำ Laser โดยทั่วไปใช้ระยะเวลาในการรักษา 4-6 ครั้ง แต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที เว้นระยะห่างครั้งละ 3-6 สัปดาห์

- ข้อดีของการรักษาโดย IPL ได้แก่

1. ลำแสงของ IPL จะไม่ทำลายผิวหนังชั้นบนสุดซึ่งแตกต่างจาก Laser

2. ไม่ทำให้เกิดบาดแผล

3. ใช้เวลาในการรักษาแต่ละครั้งน้อยและผู้ป่วยสามารถทำงานได้ตามปกติ

- ผลข้างเคียงของการรักษาโดย IPL เกิดขึ้นบ้างแต่ไม่รุนแรง เช่น

1. อาการเจ็บขณะที่ทำการรักษา

2. ในบางรายอาจมีผิวหนังแดง

3. ปวดแสบร้อน ซึ่งมักจะพบได้ใน 2-3 วัน หลังให้การรักษา

4. บางรายอาจจะเกิดเป็นรอยด่างขาว ซึ่งจะค่อยๆ จางหายได้เอง

5. ในบางรายอาจจะมีสีของผิวหนังเข้มขึ้นได้ แต่สามารถป้องกันได้โดยการหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือใช้ครีมทากันแดด
 

Tags : , ,

ระยะเวลาเห็นผลของ RF โดย vayomedical.com

เครื่อง RF คืออะไร

Ionized Radiofrequency Technology หรือ IRF คือ การใช้อุปกรณ์ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งแก้วถูบนผิวหนังเพื่อส่งผ่านคลื่นวิทยุและประจุ ion ลงไปในทุกชั้นของผิวหนังซึ่งประกอบด้วย

1. ผิวชั้นบนสุด คือ ชั้น epidermis หรือหนังกำพร้า ประจุ ion ของคลื่นวิทยุจะก่อให้เกิดปฏิกิริยา Ionization มีผลให้สิวเสี้ยนบางส่วน ฝ้าและกระบางส่วน และเซลล์หนังกำพร้าที่หมดอายุแล้วหลุดลอกออกไป ทำให้ผิวเรียบเนียน ขาว ใสขึ้น รอยดำใต้ตา ฝ้าและกระจางลง นอกจากนี้ประจุ ion ยังกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นของเซลล์ซึ่งยังไม่หมดอายุของหนังกำพร้าชั้นล่างๆ ทำให้รูขุมขนเล็กลง หลุมสิวตื้น รอยแผลเป็นจากสิวดีขึ้น ตลอดจนริ้วรอยต่างๆบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว สันจมูก รอบดวงตา รอบปาก ตลอดจนเส้นพับที่คอตื้นขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา

2. ผิวชั้นถัดไปเป็น dermis หรือหนังแท้ ซึ่งรับผิดชอบเรื่องความตึงกระชับของผิว คลื่นวิทยุมีผลให้ผิวหนังชั้นนี้สร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ทำให้ผิวหนังบริเวณที่เคยหย่อนคล้อยตึงกระชับขึ้น ร่องหน้าผากตื้นขึ้น ถุงใต้ตาแบนราบลง ร่องแก้มตื้นขึ้น รูปหน้าเรียวลง คาง ใต้คางตลอดจนคอตึงกระชับขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา

3. ชั้นที่ลึกที่สุดที่คลื่นวิทยุเข้าไปถึงคือชั้น subcutaneous fat หรือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง มีผลให้เกิดการละลายของไขมันเข้าไปสู่หลอดน้ำเหลือง ทำให้สามารถลดขนาดของไขมันในถุงใต้ตา ใต้หู ใต้คาง ลงในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา เมื่อทำการสลายไขมันที่แก้ม ใต้หู ใต้คางร่วมกับการดึงให้กระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดตามข้อ 3 ให้แก่คนหนุ่มสาวซึ่งยังไม่เหี่ยวย่นหย่อนคล้อย จะส่งผลให้ค่อยๆเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปหน้าจากโหนกแก้มแบน หน้ากลมหรือเหลี่ยมกาง ไปเป็นโหนกแก้มสูงขึ้น รูปหน้าดูกลมหรือเหลี่ยมกางน้อยลง คางเรียวหรือดูเป็นรูปไข่มากขึ้น
 

ประโยชน์ของการรักษาด้วย IRF

Ionized Radiofrequency Technology หรือ IRF สามารถแก้ไขปัญหาหลักๆของผิวหน้าและคอให้ดีขึ้นโดยประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงของการฉีดยา ผ่าตัด หรือการยิงแสงเลเซอร์ซึ่งทำให้เกิดแผล ดังนี้

1. Facial lifting คือ การแก้ไขการเหี่ยว หย่อนคล้อยทำให้ยกกระชับขึ้นทุกจุดของหน้า ถุงใต้ตาและคอโดยไม่ต้องผ่าตัดเพื่อดึง

2. Facial recontouring คือ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปหน้าให้โหนกแก้มแบนและหน้าเหลี่ยมกางน้อยลง คางเรียว ใบหน้าเล็กลง เป็นรูปไข่มากขึ้น

3. Facial rejuvenation คือ การลบเลือนริ้วรอยบริเวณหน้าผาก สันจมูก รอบดวงตา รอบปาก และคอ

4. Facial resurfacing คือ การทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส รูขุมขนเล็กลง หลุมสิวตื้นขึ้น

5. Facial lightening คือ การปรับสีผิวให้ขาวสว่างมากขึ้น รอยดำใต้ตา ฝ้าและกระจางลง

ระยะเวลาเห็นผลของ IRF

ผลการรักษาของ IRF ในด้านปรับสีผิว ( lightening ) และความเรียบเนียนของผิว ( resurfacing ) จะเริ่มเห็นทันทีหลังทำครั้งแรก

ส่วนผลด้านลดริ้วรอย ( rejuvenation ) ตึงกระชับ ( lifting ) และปรับรูปหน้า ( re-contouring ) จะเริ่มเห็นผลหลังจากทำครั้งแรกไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ โดยจะเปลี่ยนแปลงแบบช้าๆค่อยเป็นค่อยไปดูเป็นธรรมชาติในครั้งแรกๆ ผลที่ได้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ทำ และได้ผลชัดเจนและรวดเร็วขึ้นในครั้งหลังๆ

การทำ IRF ควรทำประมาณทุก 2 สัปดาห์ติดต่อกันอย่างน้อย 6 ครั้ง ผลสูงสุดของแต่ละคนจะได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และวิธีการบำรุงรักษาผิวของผู้ที่รับการรักษา

ผลการรักษาด้วย IRF จะคงอยู่นานแค่ไหน

แต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุและวิธีการบำรุงรักษา โดยเฉลี่ยผลจะเริ่มลดลงบ้างเล็กน้อยหลังจากรักษาไปแล้ว 2-3 เดือน และจะหมดไปโดยสิ้นเชิงถ้าไม่รักษาซ้ำเลยภายใน 1-2 ปี ทางเลือกที่ดีที่สุดคือหลังจากทำการรักษาด้วย IRF ติดต่อกันจนได้ผลสูงสุดแล้ว ควรกลับมารักษาซ้ำเป็นระยะตามความเหมาะสม เพื่อให้อยู่ตัว ใบหน้าและคอดูอ่อนวัยดังเดิมไปนานที่สุด

เนื่องจาก IRF เป็นวิธีการรักษาซึ่งมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ปลอดภัยที่สุด ประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถทำการรักษาซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในปัจจุบันในการชะลอวัย ( antiaging ) ของใบหน้าและคอ

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำ IRF

    กำลังมีบาดแผลหรือโรคผิวหนังหรือมีสิวที่กำลังอักเสบจำนวนมากตรงบริเวณที่จะทำ
    มีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ทำให้เกิดรอยช้ำง่ายผิดปกติ
    คาดหวังสูงอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายและรวดเร็วซึ่งขัดกับหลักการของ IRF
 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.vayomedical.com/medical/RF-Radio-Frequency

Tags : , ,